Demo

เพลงรำวงมาตรฐาน 10 เพลง ท่ารำ เกิดขึ้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ช่วงประมาณ พ.ศ. 2487 โดยมีแนวคิดพัฒนาการละเล่นพื้นบ้านอย่างรำโทนให้มีแบบแผนที่ชัดเจนและสง่างามมากขึ้น เพื่อใช้เป็นศิลปะการแสดงที่เผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ก้าวสู่ระดับชาติและนานาชาติ โดยกรมศิลปากรได้แต่งเนื้อร้องบางเพลง และท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามแต่งอีกหลายเพลง ส่วนทำนองมาจากนักดนตรีกรมศิลปากรและกรมประชาสัมพันธ์ ขณะที่ท่ารำถูกประดิษฐ์โดยนาฏศิลปินชื่อดังอย่างนางลมุล ยมะคุปต์และคณะ ทำให้รำวงที่เคยเรียบง่ายกลายเป็นรำวงมาตรฐานที่มีทั้งความสนุก ความงาม และความหมายลึกซึ้งที่สืบทอดต่อมา

เพลงทั้ง 10 และท่ารำมาตรฐานที่ควรรู้

เพลงรำวงมาตรฐาน 10 เพลง ท่ารำ ประกอบไปด้วยเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อให้มีทั้งจังหวะ เนื้อหา และท่ารำเฉพาะ โดยมีรายชื่อดังนี้: งามแสงเดือน ที่ใช้ท่าสอดสร้อยมาลา, ชาวไทย ใช้ท่าชักแป้งผัดหน้า, รำมาซิมารำ ใช้ท่ารำส่าย, คืนเดือนหงาย ใช้ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง, ดวงจันทร์วันเพ็ญ ใช้ท่าแขกเต้าเข้ารังและผาลาเพียงไหล่, ดอกไม้ของชาติ ใช้ท่ารำยั่ว, หญิงไทยใจงาม ใช้ท่าพรหมสี่หน้าและยูงฟ้อนหาง, ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ใช้ท่าช้างประสานงาและจันทร์ทรงกลดแปลง, ยอดชายใจหาญ ที่ชายใช้ท่าจ่อเพลิงกาฬและหญิงใช้ท่าชะนีร่ายไม้ และเพลงบูชานักรบ ที่ชายใช้ท่าจันทร์ทรงกลดและขอแก้ว ส่วนหญิงใช้ท่าขัดจางนางและล่อแก้ว ซึ่งทุกเพลงล้วนสะท้อนความหมายเกี่ยวกับความรักชาติ ความงดงาม และความสามัคคี

รูปแบบการแสดงรำวงมาตรฐาน

การแสดงรำวงมาตรฐานมักเริ่มด้วยการยืนเรียงแถวคู่หันหน้าหากัน ทำความเคารพและรำไปพร้อมกับจังหวะเพลง โดยผู้รำจะเคลื่อนไหวไปเป็นวงกลมและเปลี่ยนท่าตามบทเพลงทั้งสิบอย่างมีระเบียบและพร้อมเพรียง เมื่อเพลงสุดท้ายจบลง คู่รำจะทยอยออกจากเวที ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นความสวยงามของศิลปะไทยทั้งในแง่ดนตรี นาฏศิลป์ และการละเล่นร่วมกันในสังคม อีกทั้งยังนิยมใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม หรือบางครั้งใช้ดนตรีสากลประกอบ ทำให้การแสดงดูมีสีสันและเข้ากับยุคสมัยได้อย่างลงตัว

เครื่องแต่งกายในรำวงมาตรฐาน

เครื่องแต่งกายของการรำวงมาตรฐานถูกกำหนดไว้อย่างงดงามและเหมาะสมกับแต่ละโอกาส โดยแบ่งออกเป็น 4 แบบ คือ แบบชาวบ้านที่ดูเรียบง่ายเหมาะกับความเป็นพื้นถิ่น, แบบไทยพระราชนิยมที่ดูงดงามอย่างไทยแท้, แบบสากลนิยมที่เข้ากับสมัยใหม่ และแบบราตรีสโมสรที่ใช้ในงานหรูหรา โดยทุกแบบมีการเลือกใช้โจงกระเบน เสื้อราชปะแตน สไบ หรือชุดสากลที่สะท้อนทั้งความเป็นไทยและความทันสมัย ซึ่งชุดเหล่านี้ไม่เพียงแค่ทำให้การรำวงดูสวยงาม แต่ยังเป็นการบ่งบอกถึงรสนิยมและความเหมาะสมของการแสดงในแต่ละโอกาสด้วย

ความสำคัญของเพลงรำวงมาตรฐาน 10 เพลง ท่ารำ ในปัจจุบัน

แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่เพลงรำวงมาตรฐาน 10 เพลง ท่ารำ ยังคงมีคุณค่าอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นทั้งการละเล่นที่สร้างความสนุกสนานและความสามัคคี รวมถึงเป็นศิลปะนาฏศิลป์ที่สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างทรงคุณค่า การรำวงมาตรฐานยังถูกนำมาใช้ในการเรียนการสอนในโรงเรียนเพื่อปลูกฝังเยาวชนให้เห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรม และมักถูกใช้ในงานรื่นเริง งานวัฒนธรรม รวมถึงเผยแพร่สู่สายตาชาวต่างชาติที่ชื่นชมความงดงามของไทย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรำวงมาตรฐาน

รำวงมาตรฐานคืออะไร? รำวงมาตรฐานคือการพัฒนาการรำโทนพื้นบ้านให้มีแบบแผนที่งดงามและเหมาะสมกับงานพิธีการ
ทำไมต้องมี 10 เพลง? เพราะต้องการให้มีความหลากหลายทั้งในจังหวะ ทำนอง และท่ารำ เพื่อสะท้อนความหมายที่แตกต่างกัน
อยากเริ่มเรียนรำวงมาตรฐานทำอย่างไร? สามารถเริ่มจากเพลงง่าย ๆ เช่น งามแสงเดือน ซึ่งมีท่ารำพื้นฐานและสามารถเรียนรู้จากการสาธิตของครูผู้สอนได้อย่างรวดเร็ว godfather789

สรุปส่งท้าย

เพลงรำวงมาตรฐาน 10 เพลง ท่ารำ ไม่เพียงแต่เป็นการละเล่นเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปะการแสดงที่สะท้อนถึงความเป็นไทยอย่างแท้จริง ทั้งด้านดนตรี เนื้อหา ท่ารำ และการแต่งกาย ทำให้คนไทยทุกยุคทุกสมัยรู้สึกภาคภูมิใจและควรร่วมกันอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไป เพราะนี่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและสามารถถ่ายทอดความงดงามของไทยไปสู่คนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติได้อย่างสง่างาม

Leave A Reply