การแข่งขันระหว่าง เชลซี พบ มิดเดิลส์เบรอ ในรอบรองชนะเลิศคาราบาวคัพกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฤดูกาล เพราะมิดเดิลส์เบรอที่เป็นทีมจากแชมเปี้ยนชิพสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเอาชนะเชลซีในนัดแรก แต่สุดท้ายความแข็งแกร่งและศักยภาพของนักเตะเชลซีในเกมที่สองก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความแตกต่างระหว่างทีมใหญ่กับทีมเล็กยังชัดเจน เมื่อพวกเขารวมพลังถล่มคู่แข่งไปด้วยสกอร์ 6-1 จนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยผลรวม 6-2 ทำให้แฟนบอลได้เห็นทั้งความตื่นเต้นจากการพลิกล็อก และพลังของทีมที่ต้องการกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในเวทีถ้วยนี้
สถิติการพบกัน
หากย้อนดูสถิติของการเจอกันในอดีตจะพบว่า เชลซี พบ มิดเดิลส์เบรอ มักจบลงด้วยชัยชนะของเชลซีเป็นส่วนใหญ่ โดยในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเชลซีเก็บชัยได้เกือบทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในพรีเมียร์ลีกหรือฟุตบอลถ้วย แต่ครั้งนี้สิ่งที่น่าสนใจคือการที่มิดเดิลส์เบรอสามารถหยุดสถิติเหล่านั้นได้ด้วยการคว้าชัยชนะในบ้านตัวเองในนัดแรก แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทีมรองบ่อนที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และยังสร้างความกดดันให้กับทีมใหญ่ในเกมถัดมา ก่อนที่สุดท้ายเชลซีจะแสดงพลังเกมรุกที่เหนือกว่าด้วยการยิงประตูถล่มทลายจนผ่านเข้ารอบได้แบบสบายในภาพรวม
วิเคราะห์ฟอร์มล่าสุดก่อนเกม
ก่อนเกมนี้เชลซีมีฟอร์มที่เริ่มกลับมาดีขึ้นหลังจากเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่องในลีกและบอลถ้วย แม้จะยังมีปัญหาในเรื่องความสม่ำเสมอของนักเตะบางราย แต่ผลงานโดยรวมแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่มิดเดิลส์เบรอก็ถือว่ามีผลงานไม่เลวในแชมเปี้ยนชิพ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทีมที่มีคุณภาพขุมกำลังเหนือกว่าหลายเท่า ความต่างตรงนี้ก็ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเกมนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างด้านคุณภาพและความแข็งแกร่งระหว่างสองลีกอย่างแท้จริง
ความพร้อมของทีมและผู้เล่นตัวจริง
ในนัดสำคัญที่ เชลซี พบ มิดเดิลส์เบรอ เชลซีจัดทัพเต็มกำลังโดยมีผู้เล่นแกนหลักอย่างคอล พัลเมอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และติอาโก้ ซิลวา ลงสนามเพื่อการันตีผลการแข่งขัน ส่วนมิดเดิลส์เบรอแม้จะขาดนักเตะบางรายจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังส่งผู้เล่นตัวเก่งอย่างมอร์แกน โรเจอร์สและแมตต์ คร็อกส์ลงสนาม เกมนี้จึงเป็นการเผชิญหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเลือกใช้แผนการเล่นที่เหมาะสมที่สุดตามขุมกำลังที่มีอยู่ แม้มิดเดิลส์เบรอจะสู้เต็มที่ แต่ความแตกต่างเชิงคุณภาพก็ปรากฏชัดเจนตลอดทั้งเกม จอมมารเกิดใหม่วิทยาลัยผู้พิทักษ์
ประตูและไฮไลต์สำคัญของเกม
เกมนัดที่สองที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์เป็นเหมือนโชว์ศักยภาพของเชลซีอย่างแท้จริง เพราะพวกเขาเปิดเกมรุกอย่างดุดันตั้งแต่นาทีแรกและทำประตูต่อเนื่องในครึ่งแรกจนสร้างความได้เปรียบมหาศาล ไฮไลต์อยู่ที่ผลงานของคอล พัลเมอร์ที่ยิงได้ถึงสองประตู และยังมีผู้เล่นรายอื่นอย่างดิซาซี่และมาดูเอเก้ที่ช่วยเติมสกอร์ให้ทีม สุดท้ายจบเกมด้วยชัยชนะ 6-1 ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นผลการแข่งขันที่ขาดลอย แต่ยังเป็นสัญญาณว่าทีมกำลังกลับมามีความมั่นใจและความเฉียบคมในการจบสกอร์อีกครั้ง

